งานวิจัย เรื่อง "กุ้งก้ามกรามแปลงเพศ MU1"

detail

เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นแก่เกษตรกร

             กุ้งก้ามกรามเป็นกุ้งน้ำจืดขนาดใหญ่ ที่เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญที่อันดับต้น ๆ ที่มีมูลค่าสูง เป็นที่นิยมของผู้บริโภค เนื่องจากมีเนื้อมากและมีมันที่หัวที่อร่อย นิยมนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ต้มยำ เผา หรือย่าง แต่ปริมาณผลผลิตกุ้งก้ามกรามนั้นมีความไม่แน่นอน เนื่องจากมีอัตรารอดต่ำ โตช้า ขาดแคลนลูกกุ้งก้ามกรามที่มีคุณภาพ ปลอดโรค รวมถึงเกษตรกรเสียโอกาสในการจำหน่ายผลผลิต เนื่องจากผลผลิตกุ้งก้ามกรามมีสัดส่วนเพศเมียและกุ้งจิ๊กโก๋ มากกว่ากุ้งก้ามกรามเพศผู้ โดยเพศเมียและกุ้งจิ๊กโก๋มีราคาถูกกว่ากุ้งเพศผู้ค่อนข้างมาก จึงได้มีการพยายามปรับปรุงสายพันธุ์เพื่อให้ได้กุ้งที่มีคุณภาพ อัตรารอดสูง โตเร็ว ปลอดโรค และพัฒนาเทคนิควิธีการคัดแยกเพศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงโดยเป็นการเลี้ยงแบบเพศผู้ล้วน เพื่อให้ได้ลักษณะตามที่ต้องการ เช่น อัตรารอดสูง โตเร็ว และระยะเวลาเลี้ยงสั้นลง เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มมูลค่าและเพิ่มโอกาสในการส่งออกกุ้งก้ามกรามไปสู่ตลาดโลก จึงได้รับความสนใจจากโรงเพาะฟักและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามในการนำผลงานไปต่อยอด โดยการนำไปใช้เป็นแม่พันธุ์ จำนวน 5,640 ตัว (สิงหาคม 2563 - กันยายน 2565) ในการผลิตกุ้งก้ามกรามเพศผู้ระยะกุ้งโพสลาวาลงสู่บ่อดินไม่น้อยกว่า 500 ล้านตัว หรือกุ้งเนื้อไม่น้อยกว่า 20,000 ตัน ส่งผลให้ ฟาร์มอนุบาลลูกกุ้งก้ามกราม และเกษตรกรเลี้ยงกุ้งบ่อดินมีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า 1.3 เท่าเมื่อเทียบกับการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามรวามเพศผู้และเมีย นอกจากนี้พบว่าระยะเวลาในรอบการเลี้ยงกุ้งบ่อดินสั้นลง ไม่น้อยกว่า 20-30%  ของรอบการเลี้ยงปกติ จึงเป็นการลดต้นทุนการเลี้ยงด้านอาหารกุ้ง ค่าไฟฟ้า ค่าคนงาน เป็นต้น และยังช่วยเพิ่มรอบการเลี้ยงเป็น 3 -4 รอบต่อปี (เดิมสามารถเลี้ยงกุ้งได้  2 รอบต่อปี)

Partners/Stakeholders

โรงเพาะฟัก ฟาร์มอนุบาลกุ้ง  เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งบ่อดิน  และผู้บริโภค 

ผู้ดำเนินการหลัก
ดร.สุพัตรา ตรีรัตน์ตระกูล
ส่วนงานหลัก