เพื่อให้การรับบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาและการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการภายใต้หลักความเสมอภาคทางการศึกษา โดยอยู่บนพื้นฐานของความถนัด ความสนใจ และความสามารถของแต่ละบุคคล ไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยหลักความเสมอภาคเป็นหลักที่กำหนดให้รัฐต้องปฏิบัติต่อประชาชนทุกคนโดยเท่าเทียม ยึดหลักประการสำคัญที่ว่าต้องปฏิบัติต่อบุคคลที่เหมือนกันในสาระสำคัญเดียวกัน และปฏิบัติต่อบุคคลที่แตกต่างกันในสาระสำคัญที่แตกต่างกันออกไป
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 34 (1) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2550 และข้อ 7 ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการศึกษาระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี พ.ศ. 2567 จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง นโยบายความเท่าเทียมด้านการรับสมัครนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2566
ข้อ 2 ในประกาศนี้ “มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยมหิดล
ข้อ 2 ในประกาศนี้
“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยมหิดล
ข้อ 3 แนวทางการรับบุคคลเข้าศึกษา
มหาวิทยาลัยเปิดรับบุคคลเข้าศึกษาต่อระดับอนุปริญญาตรี ระดับปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษา
โดยดำเนินการภายใต้หลักการของความเป็นธรรม สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเสมอภาค
ตามหลักธรรมาภิบาลการรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ตามแนวทางดังต่อไปนี้
3.1 แนวทางการรับบุคคลเข้าศึกษาระดับอนุปริญญาตรี มหาวิทยาลัยจะรับนักศึกษาเข้าศึกษาในหลักสูตรตามเงื่อนไขและวิธีการที่ระบุไว้ในหลักสูตร หรือตามประกาศของส่วนงาน โดยความเห็นชอบของอธิการบดี โดยเป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการศึกษาระดับอนุปริญญาตรีและปริญญาตรี โดยส่วนงานจะดำเนินการคัดเลือกนักศึกษาโดยตรง ตามประกาศของส่วนงานโดยผ่านความเห็นชอบจากมหาวิทยาลัย
3.2 แนวทางการรับบุคคลเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยจะรับนักศึกษาเข้าศึกษาในหลักสูตรตามเงื่อนไขและวิธีการที่ระบุไว้ในหลักสูตร หรือตามประกาศของส่วนงาน โดยความเห็นชอบของอธิการบดี โดยเป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการศึกษาระดับอนุปริญญาตรีและปริญญาตรี ซึ่งการรับนักศึกษาในระดับปริญญาตรีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
(1) มหาวิทยาลัยมหิดลดำเนินการคัดเลือกให้เข้าศึกษา ผ่านระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา
(2) ส่วนงานดำเนินการคัดเลือกนักศึกษาโดยตรง ตามประกาศของส่วนงาน โดยผ่านความเห็นชอบจากมหาวิทยาลัย
3.3 แนวทางการรับบุคคลเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยจะรับนักศึกษาเข้าศึกษาในหลักสูตรตามประกาศของบัณฑิตวิทยาลัย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
(1) กรณีทั่วไป โดยการทดสอบข้อเขียนและ/หรือสัมภาษณ์ หรือวิธีการอื่นใดตามที่บัณฑิตวิทยาลัยและประธานหลักสูตรกำหนดและประกาศให้ทราบ
(2) กรณีพิเศษ โดยการคัดเลือกให้เข้าศึกษาเป็นกรณีพิเศษตามที่ได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย
(3) กรณีนักศึกษาสมทบ ให้เป็นไปตามประกาศของบัณฑิตวิทยาลัย
ข้อ 4 การจัดการศึกษา
มหาวิทยาลัยมีการจัดการศึกษาระบบทวิภาค ระบบไตรภาค และระบบอื่น
โดยมีรายละเอียดตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการศึกษาระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี
และข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
ข้อ 5 นโยบายคุ้มครองการเลือกปฏิบัติ
การต่อต้านการเลือกปฏิบัติ (Anti-discrimination)
สะท้อนถึงความหมายหลายนัยในหลายบริบทซึ่งในกรอบของกฎหมายสิทธิมนุษยชนมีปัจจัยสำคัญในการพิจารณา
ประกอบด้วย เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ และมติของการเลือกปฏิบัติ
โดยการเลือกปฏิบัติอาจเกิดขึ้นในหลากหลายกรณีที่แตกต่างกัน เช่น
การเลือกปฏิบัติจากผู้บังคับบัญชาต่อผู้ใต้บังคับบัญชาในมหาวิทยาลัย
การเลือกปฏิบัติระหว่างเพื่อนร่วมงานในมหาวิทยาลัย การเลือกปฏิบัติของอาจารย์มหาวิทยาลัยต่อนักศึกษา
และการเลือกปฏิบัติของนักศึกษารุ่นพี่ที่มีอายุมากกว่าหรือศึกษาในชั้นปีที่สูงกว่าต่อรุ่นน้องที่มีอายุน้อยกว่าหรือศึกษาในชั้นปีที่ต่ำกว่า
เป็นต้น
มหาวิทยาลัยจึงกำหนดนโยบายคุ้มครองการเลือกปฏิบัติภายใต้นโยบายความเท่าเทียมด้านการรับสมัครนักศึกษาไว้ดังนี้
5.1 มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาระดับสูงที่นอกจากจะมีหน้าที่จัดทำบริการสาธารณะด้านการให้การศึกษาแก่นักศึกษาระดับต่าง ๆ ซึ่งจะกลายมาเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคตแล้ว มหาวิทยาลัยสามารถกำหนดแนวทางในการจัดระเบียบให้ผู้คนที่มาจากหลากหลายความเป็นมาและผู้คนที่มีความแตกต่างกันสามารถอยู่รวมกันได้อย่างปกติสุข โดยการจัดระเบียบบนพื้นฐานแห่งการเปิดโอกาสให้บุคคลทุกคนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม จากการทำงาน การเข้ารับบริการทางการศึกษา และการอยู่ร่วมสังคมมหาวิทยาลัย
5.2 มหาวิทยาลัยดำเนินการจัดการความหลากหลายและความเท่าเทียมรูปแบบต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างบุคลากรประเภทต่าง ๆ หรือระหว่างนักศึกษาด้วยกันเท่านั้น หากแต่ยังส่งเสริมกิจกรรมหรือกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการมหาวิทยาลัยอีกด้วย เช่น การจัดการความหลากหลายและความเท่าเทียมในมหาวิทยาลัยซึ่งทำให้สามารถทราบทิศทางในการจัดการการศึกษาในหลักสูตรนานาชาติ หรือทิศทางในการรับนักศึกษานานาชาติ เพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่ไม่เพียงแต่จะต้องคำนึงถึงการรองรับบริการด้านการศึกษาต่อนักศึกษานานาชาติเท่านั้น หากแต่จะต้องคำนึงถึงความหลากหลายของนักศึกษาอาเซียนจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค ที่จะก้าวเข้ามาสู่รั้วมหาวิทยาลัย รวมถึงความเท่าเทียมทางเพศด้วย เป็นต้น
5.3 มหาวิทยาลัยมีความมุ่งมั่นในการรับนักศึกษา และตระหนักถึงหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่สามารถค้นหาและทราบถึงแนวทางความถนัดของตนเองโดยปราศจากอคติและทัศนคติที่ไม่ดี รวมถึงยอมรับในเสรีภาพและชื่นชมความเป็นเอกลักษณ์และความคิดสร้างสรรค์ของผู้อื่น โดยมหาวิทยาลัยจะสร้างสภาพแวดล้อมการศึกษาที่เหมาะสมและอยู่ภายใต้การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งจะทำให้ไม่มีการเลือกปฏิบัติ เกิดความไว้วางใจ รู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งและมีเป้าหมายร่วมกัน ส่งผลให้มหาวิทยาลัยเติบโตต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5.4 มหาวิทยาลัยส่งเสริมธรรมาภิบาลในสถาบันการศึกษา โดยการสื่อสารให้ผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัย รวมไปถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการดำเนินกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ได้ทราบทิศทางในการส่งเสริมความเท่าเทียม และทิศทางในการต่อต้านการเลือกปฏิบัติระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยในอนาคต
5.5 มหาวิทยาลัยจะสร้างสังคมมหาวิทยาลัยให้มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน การเรียน และการใช้บริการต่าง ๆ โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ เพื่อเป็นการพัฒนากลไกที่ส่งเสริมความเท่าเทียมภายในมหาวิทยาลัย
ข้อ 6 กรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้อธิการบดีเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยสั่งการและถือเป็นที่สุด